Skip to main content

ฟังก์ชันพื้นฐาน (Basic Functions)

บทนำ

ใน SQL, ฟังก์ชันพื้นฐาน (Basic Functions) คือฟังก์ชันที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลในตาราง เช่น การคำนวณค่าเฉลี่ย การนับจำนวนข้อมูล การหาค่ามากสุด หรือน้อยสุด ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดำเนินการกับข้อมูลได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในบทความนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้ใน SQL

1. COUNT - การนับจำนวนข้อมูล

ฟังก์ชัน COUNT ใช้ในการนับจำนวนแถว (rows) ที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด หรือในกรณีที่ไม่ระบุเงื่อนไขมันจะนับจำนวนแถวทั้งหมดในตาราง

การใช้งาน:

SELECT COUNT(column_name) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT COUNT(*) FROM students;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน COUNT จะนับจำนวนแถวทั้งหมดในตาราง students

2. SUM - การหาผลรวม

ฟังก์ชัน SUM ใช้ในการหาผลรวมของค่าจากคอลัมน์ที่ระบุ โดยมักใช้กับข้อมูลประเภทตัวเลข เช่น การหาผลรวมยอดขายหรือคะแนน

การใช้งาน:

SELECT SUM(column_name) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT SUM(salary) FROM employees;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน SUM จะหาผลรวมของคอลัมน์ salary จากตาราง employees

3. AVG - การหาค่าเฉลี่ย

ฟังก์ชัน AVG ใช้ในการหาค่าเฉลี่ยของค่าจากคอลัมน์ที่ระบุ โดยมักใช้กับข้อมูลประเภทตัวเลข เช่น การหาค่าเฉลี่ยของคะแนนหรือยอดขาย

การใช้งาน:

SELECT AVG(column_name) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT AVG(age) FROM students;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน AVG จะหาค่าเฉลี่ยของคอลัมน์ age จากตาราง students

4. MIN - การหาค่าต่ำสุด

ฟังก์ชัน MIN ใช้ในการหาค่าต่ำสุดจากคอลัมน์ที่ระบุ เช่น การหาค่าต่ำสุดจากคะแนนหรือยอดขาย

การใช้งาน:

SELECT MIN(column_name) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT MIN(age) FROM students;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน MIN จะหาค่าต่ำสุดจากคอลัมน์ age จากตาราง students

5. MAX - การหาค่ามากสุด

ฟังก์ชัน MAX ใช้ในการหาค่ามากสุดจากคอลัมน์ที่ระบุ เช่น การหาค่ามากสุดจากคะแนนหรือยอดขาย

การใช้งาน:

SELECT MAX(column_name) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT MAX(salary) FROM employees;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน MAX จะหาค่ามากสุดจากคอลัมน์ salary จากตาราง employees

6. ROUND - การปัดค่า

ฟังก์ชัน ROUND ใช้ในการปัดค่าตัวเลขให้เป็นจำนวนทศนิยมที่กำหนด เช่น การปัดค่าคะแนนหรือราคาสินค้า

การใช้งาน:

SELECT ROUND(column_name, decimal_places) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT ROUND(price, 2) FROM products;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน ROUND จะปัดค่าของคอลัมน์ price ให้มีทศนิยม 2 ตำแหน่งจากตาราง products

7. NOW - การหาค่าวันที่และเวลาในปัจจุบัน

ฟังก์ชัน NOW ใช้ในการดึงค่าวันที่และเวลาปัจจุบันจากเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล

การใช้งาน:

SELECT NOW();

ตัวอย่าง:

SELECT NOW();

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน NOW จะดึงค่าวันที่และเวลาปัจจุบันจากเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล

8. CONCAT - การรวมข้อความ

ฟังก์ชัน CONCAT ใช้ในการรวมข้อความจากหลายคอลัมน์เข้าด้วยกัน

การใช้งาน:

SELECT CONCAT(column1, column2, ...) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT CONCAT(first_name, ' ', last_name) AS full_name FROM employees;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน CONCAT จะรวมคอลัมน์ first_name และ last_name เข้าด้วยกัน และแสดงผลลัพธ์ในชื่อคอลัมน์ใหม่ว่า full_name

9. LENGTH - การหาความยาวของข้อความ

ฟังก์ชัน LENGTH ใช้ในการหาความยาวของข้อความในคอลัมน์ โดยจะคืนค่าจำนวนตัวอักษร

การใช้งาน:

SELECT LENGTH(column_name) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT LENGTH(name) FROM students;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน LENGTH จะหาความยาวของข้อความในคอลัมน์ name จากตาราง students

10. UPPER และ LOWER - การแปลงข้อความเป็นตัวพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็ก

ฟังก์ชัน UPPER ใช้ในการแปลงข้อความเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และฟังก์ชัน LOWER ใช้ในการแปลงข้อความเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

การใช้งาน:

SELECT UPPER(column_name) FROM table_name;
SELECT LOWER(column_name) FROM table_name;

ตัวอย่าง:

SELECT UPPER(name) FROM students;
SELECT LOWER(name) FROM students;

ในตัวอย่างนี้ ฟังก์ชัน UPPER จะทำให้ข้อความในคอลัมน์ name เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ส่วน LOWER จะทำให้ข้อความเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

สรุป

ฟังก์ชันพื้นฐานใน SQL เช่น COUNT, SUM, AVG, MIN, MAX, ROUND, NOW, CONCAT, LENGTH, UPPER, และ LOWER เป็นฟังก์ชันที่มีความสำคัญในการประมวลผลข้อมูลในตาราง ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดำเนินการต่าง ๆ กับข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณค่าเฉลี่ย การหาผลรวม หรือการรวมข้อความจากหลายคอลัมน์